10 นิสัยเศรษฐี ที่รวยได้ด้วยน้ำพักน้ำแรง คิดจะเริ่มสร้างตัวต้องทำแบบนี้

อยากร่ำรวยด้วยน้ำพักน้ำแรง แค่ขยันอย่างเดียวคงไม่พอ แต่ต้องมีนิสัยแบบเศรษฐี ที่สร้างเนื้อสร้างตัวด้วยหนึ่งสมองและสองมือของตัวเองด้วย ถึงจะเรียกว่าครบเครื่อง

หลายคนมักคิดว่าความสำเร็จและความมั่งคั่งที่มาจากน้ำพักน้ำแรงนั้นต้องอาศัยความขยันเป็นหลัก ซึ่งจริง ๆ แล้วก็ไม่ถูกไปเสียทีเดียว เพราะเหล่าบรรดาอภิมหาเศรษฐีที่ประสบความสำเร็จจากสองมือของตนเองนั้นต่างก็มีนิสัยบางอย่างที่ช่วยผลักดันให้ตนเองไปสู่ความสำเร็จได้ ซึ่งในวันนี้เราพาไปดูกันว่านิสัยที่ว่านั้นคืออะไร และเพราะอะไรนิสัยเหล่านี้จึงทำให้พวกเขาประสบความสำเร็จ นำพาตนเองจากจุดเริ่มต้นที่ไม่มีอะไรเลยมาสู่การเป็นบุคคลที่มั่งคั่ง ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่กำลังสร้างเนื้อสร้างตัว นี่เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลย

1.ตื่นเช้า

สุภาษิตที่ว่า “นกที่ตื่นเช้า ย่อมจับหนอนได้ก่อน” ยังคงใช้ได้ดีในทุกยุคทุกสมัย และเป็นสิ่งที่นักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยตนเองต่างยึดถือไว้เป็นหลัก จึงทำให้พวกเขาตื่นเช้าอยู่เสมอ โดยในการศึกษาหนึ่งพบว่าเกือบ 50% ของคนที่ร่ำรวยจากน้ำพักน้ำแรงของตนเองมักจะเป็นคนที่ตื่นก่อนเวลาทำงานของตัวเอง 3 ชั่วโมง ที่เป็นเช่นนั้นก็เพราะว่าพวกเขาจะเผื่อเวลาไว้เพื่อเหตุการณ์ที่อาจคาดไม่ถึง ซึ่งอาจกระทบกับการทำงานของตัวเองได้

2.คิดบวก

ความสำเร็จในระยะยาวนั้นไม่ได้เกิดขึ้นจากการทำงานหนักเพียงอย่างเดียว แต่ต้องมีการคิดบวกมาเสริมทัพด้วย ซึ่งส่วนใหญ่ของคนที่ประสบความสำเร็จจนกลายเป็นมหาเศรษฐีด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเองล้วนแต่เป็นคนที่คิดในแง่บวกอยู่เสมอ นั่นก็เป็นเพราะว่าความคิดในแง่บวกสามารถกระตุ้นให้คนเราก้าวไปสู่ความสำเร็จได้ดีกว่า ในทางกลับกัน ความคิดในแง่ลบจะยิ่งบั่นทอนความมุ่งมั่นและทำให้ประสบความล้มเหลวได้ง่ายกว่า

3. อ่านหนังสืออยู่เสมอ

การอ่านหนังสือ เป็นการเรียนรู้ที่ไม่สิ้นสุด 88% ของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จจะใช้เวลาอย่างน้อย 30 นาทีต่อวันในการอ่านหนังสือ เพื่อเรียนรู้และพัฒนาตนเอง และหนังสือที่กลุ่มคนเหล่านี้อ่านส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังสือที่เกี่ยวกับประวัติของคนที่ประสบความสำเร็จ การพัฒนาตนเอง และหนังสือประวัติศาสตร์

4.ออกกำลังกายเป็นประจำ

การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอทุกวันถือเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้คนประสบความสำเร็จ เพราะการออกกำลังกายไม่เพียงเสริมสร้างสุขภาพให้แข็งแรง แต่ยังส่งผลดีต่อสมองอีกด้วย เพราะจะช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้างเซลล์สมองมากขึ้น ทำให้สมองทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. ยื่นมือช่วยผู้อื่นให้ประสบความสำเร็จไปพร้อม ๆ กัน

นักธุรกิจส่วนใหญ่ที่ประสบความสำเร็จจนมั่งคั่งเชื่อว่าไม่มีใครสามารถประสบความสำเร็จได้โดยลำพัง แต่จะต้องมีกลุ่มคนที่มีความมุ่งมั่นที่จะประสบความสำเร็จคอยหนุนหลังอยู่ด้วย เพราะคนที่มีเป้าหมายที่ความสำเร็จเหมือน ๆ กันจะช่วยกันผลักดันให้ทีมไปสู่ความสำเร็จได้ดีกว่าการทำอะไรเพียงลำพัง

6. วางตัวเหมาะสม และมีมารยาทที่ดี

คนที่ประสบความสำเร็จแทบจะทุกคนล้วนแต่เป็นคนที่วางตัวเหมาะสมและมีมารยาททางสังคมที่ดี เพราะนั่นเป็นหนึ่งในกุญแจสู่ความสำเร็จ การวางตัวอย่างเหมาะสมในวงสังคมจะทำให้คนอื่น ๆ มองเราในแง่บวก และอยากให้ความช่วยเหลือเมื่อร้องขอ ซึ่งมารยาทที่ดีง่าย ๆ ที่เหล่านักธุรกิจไม่เคยพลาดก็คือ การส่งการ์ดขอบคุณ หรือการแสดงความยินดีด้วยความจริงใจในโอกาสต่าง ๆ การแต่งตัวอย่างถูกกาลเทศะ รวมทั้งมารยาทบนโต๊ะอาหาร

7. ให้เวลา 15-30 นาที ต่อวันในการคิดถึงเรื่องต่าง ๆ

การคิด เป็นอีกกุญแจสำคัญที่นำไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้นเหล่าผู้คนที่ประสบความสำเร็จจึงให้ความสำคัญกับการคิดเป็นอย่างมาก โดยมีการศึกษาหนึ่งได้เปิดเผยว่า กลุ่มคนเหล่านี้จะให้เวลาตัวเองวันละ 15-30 นาทีในช่วงเช้า เพื่อคิดถึงเรื่องต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องธุรกิจ สุขภาพ การเงิน หรือแม้แต่เรื่องของการกุศล ซึ่งนั่นทำให้พวกเขาสามารถจัดการสิ่งต่าง ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพนั่นเอง

8. ยินดีน้อมรับข้อเสนอแนะ

ความสำเร็จจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้ถ้าหากไม่มีการรับฟังข้อเสนอแนะ ฟีดแบ็กต่าง ๆ ที่ได้รับจากการดำเนินธุรกิจล้วนแต่เป็นสิ่งที่ผู้ประสบความสำเร็จนั้นต้องการ เพื่อให้ตนเองรู้ว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่นั้น เดินไปในทางที่ถูกที่ควร ดังนั้นเหล่าบรรดาเศรษฐีที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยตัวเองจะรับฟังความคิดเห็นจากผู้อื่นเสมอ ไม่ว่าจะเป็นแค่เพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ตาม

9. ใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่า

อีกเคล็ดลับหนึ่งที่กลายเป็นนิสัยของบรรดาเหล่ามหาเศรษฐีระดับโลกที่สร้างเนื้อสร้างตัวขึ้นมาด้วยตนเองนั่นก็คือ พวกเขาใช้เวลาทุกนาทีอย่างคุ้มค่าเสมอ และจะไม่ให้ความใส่ใจกับสิ่งที่ทำให้เสียเวลาเด็ดขาด เพราะพวกเขาเชื่อว่าถ้ามัวแต่ให้เวลากับทุก ๆ เรื่อง ก็จะมีแต่เสียเปล่า จากการศึกษาพบว่า 67% ของนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จด้วยความสามารถของตัวเองใช้เวลาในการดูทีวีต่อวันน้อยกว่า 1 ชั่วโมง และ 63% ของนักธุรกิจเหล่านั้นก็ใช้เวลาไปกับกิจกรรมบนโลกออนไลน์อย่างการเล่นเฟซบุ๊กและการดูยูทูบวันละไม่ถึง 1 ชั่วโมงเช่นกัน

10. ไม่กลัวที่จะล้มเหลว

แน่นอนว่าการดำเนินธุรกิจย่อมตั้งอยู่บนความเสี่ยง และความล้มเหลวสามารถเกิดขึ้นได้ แต่บรรดาเหล่าเศรษฐีที่มั่งคั่งขึ้นมาด้วยน้ำพักน้ำแรงของตัวเอง กลับเป็นคนที่ไม่กลัวคำว่าล้มเหลว เพราะพวกเขาเชื่อว่าทุกครั้งที่ล้มเหลว นั่นคือโอกาสที่ทำให้พวกเขาได้เติบโตขึ้นนั่นเอง

เห็นไหมคะว่านิสัยใจคอก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้ประสบความสำเร็จได้เช่นกัน ถ้าคิดจะเป็นเศรษฐีในวันหน้า ลองฝึกและปรับเปลี่ยนนิสัยตัวเองกันเสียใหม่เลย

หัวใจเศรษฐี “อุ อา กะ สะ” สวดคาถานี้ก่อนลงมือทำสิ่งใดๆ จะสำเร็จ

พระพุทธเจ้าทรงเผยแผ่คำสอน พระพุทธศาสนาแก่มนุษยชาติมาตลอด 45 ปี เพื่อมุ่งหมายให้เกิดประโยชน์สูงสุด 3 ประการ คือ ประโยชน์ที่สามารถมองเห็นได้ในปัจจุบันที่เช่น มีทรัพย์สมบัติ เกียรติยศชื่อเสียง อันประกอบด้วยลาภ ยศ สุข สรรเสริญ ประโยชน์ชั้นสูงขึ้นไป ได้แก่ความมีจิตใจเจริญงอกงามด้วยคุณธรรมความดีทำให้ชีวิตมีค่า และเป็นหลักประกันในชาติหน้าและประโยชน์อย่างยิ่ง คือ พระนิพพาน อันเป็นเป้าหมายสูงสุดในทางพระพุทธศาสนา

บุคคลใดต้องการความร่ำรวยมีทรัพย์สินเงินทองและเกียรติยศ จะต้องปฏิบัติตามหลักธรรม 4 ประการ หรือเรียกว่า หัวใจเศรษฐี อุ อา กะ สะ โดยจะต้องประพฤติดีปฏิบัติชอบ ดังต่อไปนี้

อุ ตัวแรกของ อุ อา กะ สะ นั้นย่อมาจากคำว่า อุฏฐานสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยความขยันหมั่นเพียรในการแสวงหาความรู้ หนักเอาเบาสู้ในหน้าที่การงานที่ได้รับมอบหมาย กิจการทั้งหลายต้องรู้จักรับผิดชอบ โบราณกล่าวว่า ทรัพย์นี้มิไกล ใครปัญญาไว หาได้บ่นาน ทั่วแคว้นแดนดินมีสิ้นทุกสถาน ผู้ใดเกียจคร้าน บ่พานพบนา ซึ่งหมายถึง ทรัพย์สินเงินทองมีอยู่ทุกหนแห่ง ขออย่างเดียวอย่าเกียจคร้านให้ลงมือทำงานทุกชนิดอย่างจริงจังตั้งใจ งาน คือ ชีวิต ชีวิต คือ งานบันดาลสุข ทำงานให้สนุก เป็นสุขเมื่อทำงาน มิใช่รอความสุขจากความสำเร็จของงานอย่างเดียวขาดทุนและขอให้ถือคติว่า ขี้เกียจเป็นแมลงวัน ขยันเป็นแมลงผึ้ง ขี้หึ้งเป็นแมลงป่อง จองหองเป็นกิ้งก่า เราต้องขยันทำงานหาเงินทอง การขยันหมั่นหาเงินทองนั้นมีอยู่หลายวิธีแต่ต้องเป็นการหาโดยวิธีที่สุจริต คือการทำมาหากินที่ไม่ผิดกฎหมายบ้านเมืองและไม่ผิดศีลและธรรม และการหาเงินนั้นต้องไม่เบียดเบียนผู้อื่นไม่ทำให้ผู้อื่นเดือดร้อนเพื่อให้ตนเองเกิดประโยชน์ การขยันทำงานหมั่นหาเงินทองหากได้มาโดยบริสุทธิ์ใจแล้ว เมื่อเรามีเงินทองถึงขั้นคำว่าคนอื่นเขาเรียกว่ารวย เราก็จะรวยโดยไม่อายใครไม่เป็นขี้ปากของใครต่อใครนั้นคือความหมายของคำว่า อุ

อา ตัวที่ 2 ของ อุ อา กะ สะ ย่อมาจากคำว่า อารักขสัมปทา แปลว่า ให้ถึงพร้อมด้วยการรักษาคุ้มครองทรัพย์สินเงินทองที่หามาได้ด้วยความ ขยันหมั่นเพียร ไม่ให้เงินทองรั่วไหลมีอันตราย ระมัดระวังการจับจ่ายใช้สอยมิให้เปลืองเงินทองโดยใช่เหตุ ตลอดจนรักษาหน้าที่การงานของตัวเองไม่ให้เสื่อมเสีย ขอให้ยึดหลักการเก็บเล็กผสมน้อยหรือการเก็บหอมรอมริบ ซึ่งล้วนเป็นขบวนการเก็บรักษาทรัพย์สินเงินทองที่ได้ผลเป็นอย่างยิ่ง เพราะนี้คือแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง ที่เลี้ยงตัวเองได้อย่างสุขกายสบายใจไม่ต้องอยู่ร้อนนอนทุกข์สนุกอยู่กับคำว่า พอ เงินทองมีเกินใช้ ได้เกินเสียไม่ละเหี่ยจิตใจและขอให้ถือคติว่า ความไม่พอใจจนเป็นคนเข็ญ พอแล้วเป็นเศรษฐีมหาศาล จนทั้งนอกทั้งในไม่ได้การ จงคิดอ่านแก้จนเป็นคนพอ เราต้องรู้รักษาเงิน คือการประหยัด ไม่ฟุ่มเฟือย รู้คุณค่าของเงินทองทุกบาททุกสตางค์ที่เรากว่าจะหามาได้เมื่อหามาได้เราต้องย้อนกลับไปคิดว่าเงินบาทนี้ร้อยนี้พันนี้กว่าเราจะได้มาต้องเสียหยาดเหงื่อและเวลานานเท่าไหร่เมื่อเราคิดถึงคุณค่าของเงินที่เรากว่าจะหามาได้ จะทำให้เราเห็นคุณค่าของเงินที่เราจะเสียไป ไม่ฟุ่มเฟือย รู้จักการประหยัดอดออม คือรู้จักคำว่า อา นั้นเอง

กะ ตัวที่ 3 ของ อุ อา กะ สะ ย่อมาจากคำว่า กัลยาณมิตตตา แปลว่า การมีเพื่อนเป็นคนดี ไม่คบคนชั่ว เพราะคบคนพาล พาลพาไปหาผิด คบบัณฑิต บัณฑิตพาไปหาผล คบคนจึงต้องดูหน้าว่าเพื่อนเป็นคนดีที่มีลักษณะไม่เป็นคนปอกลอก ไม่ดีแต่พูด ไม่หัวประจบและไม่เป็นคนชักชวน ไปในทางฉิบหาย มีการดื่มน้ำเมา เที่ยวกลางคืน มั่วเมาในการเล่นและผีการพนันเข้าสิงจิตใจ และขอให้ถือคติว่า มีเพื่อนดีมีหนึ่งถึงจะน้อย ดีกว่าร้อยเพื่อนคิดริษยา เหมือนมีเกลือนิดหน่อยด้อยราคา ดีกว่าน้ำเค็มเต็มทะเล หากเราคบคนดีรู้จักคนดีมีศีลและธรรมเขาจะช่วยชี้แนะให้ได้ดีมีเงินทอง เมื่อเรารู้จักพบคบหาแต่คนดีเป็นมิตรแล้วเราก็จะได้เรียนรุ้สิ่งที่ดีจากตัวเขา เราก็จะเป็นคนดี มีงานที่ดี รู้จักบาปบุญรู้จักทำทานและเมตตาต่อสัตว์โลกทั้งหลาย

สะ ตัวที่ 4 ของ อุ อา กะ สะ ย่อมาจากคำว่า สมชีวิตา แปลว่า การเลี้ยงชีวิตตามสมควรแก่กำลังทรัพย์ที่หามาได้ รู้จักกำหนดรายรับและรายจ่าย อย่าให้สุรุ่ยสุร่ายฟุ่มเฟือยหรืออัตคัดขัดสนจนเกินไปให้รู้จักออมเงิน ออมเงินเอาไว้ ฉุกเฉินเมื่อไร จะได้ใช้เงินออม และขอให้ถือคติว่า มีสลึงพึงบรรจบให้ครบบาท อย่าให้ขาดสิ่งของต้องประสงค์ แม้มีน้อยใช้น้อยค่อยบรรจง อย่าจ่ายลงให้มากจะยากนาน หรืออีกความหมายหนึ่ง การรู้จักใช้คือใช้หนี้เก่าตอบแทนบุญคุณบิดามารดาผู้ที่เลี้ยงดูอุ้มชูเรามาจนเติบใหญ่เราไม่ควรลืมบุญคุณที่พ่อแม่ให้มา หากลุกคนใดลืมบุญคุณของพ่อแม่ต่อให้รวยดวงดีแค่ไหนก็อยู่ได้ไม่นาน การอุปถัมภ์พ่อแม่ยามแก่เฒ่าหรือตอบแทนบุญคุณท่านได้ทุกเมื่อเราก็จะมีแต่สิ่งที่ดีเข้ามาในชีวิต

เมื่อรวมคำกันแล้วนั้นก็คือคำว่ารวยหรือเรียกว่าหัวใจเศรษฐี ก็คือ

อุ.อุฏฐานะสัมปทา

อา.อารักขะสัมปทา

กะ.กัลยาณะมิตตะตา

สะ.สะมะชีวิตา

แปลได้ ขยันหา รักษาดี มีกัลยาณมิตร ใช้ชีวิตอย่างพอเพียง

ความคิดของคนเราอาจจะมองกันคนละมุมอาจจะไม่มีผิดถูกอยู่ที่การที่เราเข้าใจคำว่าการทำดีได้ดี ทำไม่ดีก็ได้สิ่งตอบแทนมาไม่ดี ก็ไม่ยากนะครับกับการที่เราจะรวยด้วย อุ อา กะ สะ เป็นคำสอนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ล้ำค่าอีกบทหนึ่งครับ

เรียบเรียงโดย Sb.in.th

Load More Related Articles
Load More By sb
Load More In ข้อคิด