อย่ายัดเยียดสิ่งที่เราคิดว่า “ดี”.… ให้กับ ”คนที่ไม่ต้องการ”

คนไม่รู้เรื่อง ถึงเราจะพูดจนตาย เขาก็ไม่เข้าใจ คนที่คิดไม่ได้ ถึงเราจะพูดจนตาย เขาก็ไม่รู้เรื่อง เรายิ่งพูด ก็ยิ่งมีเรื่อง เรายิ่งพูด เขาก็ยิ่งไม่พอใจ
ยิ่งอึดอัดรำคาญ ยิ่งโกรธเกลียดเรา ปล่อยให้เขาเป็นไปตามกรรมที่เขาเคยทำไว้เถิด

ความเดือดร้อน ความฉิบหายที่เขาได้รับ คือ “ประสบการณ์” ที่จะสอนเขาเอง ถ้าเขาไม่เจอเอง เขาไม่เดือดร้อน เขาไม่ฉิบหาย ถึงเราจะบอกเขายังไง
เขาก็ไม่มีวันเข้าใจ เราอย่ายัดเยียด สิ่งที่เราคิดว่าดี ให้แก่คนที่ไม่ต้องการ เพราะนั่นคือ การสร้างความไม่พอใจให้แก่เขา

การยัดเยียดเนื้อที่แสนนุ่มอร่อย ให้แก่ควาย การยัดเยียดผลไม้ที่หอมหวาน ให้แก่เสือ การยัดเยียดสิ่งที่เราคิดว่าดี ให้แก่คนที่ไม่ต้องการ
มันเป็นการกระทำของคนโง่ เป็นนิสัยของคนที่ไม่เชื่อกฎแห่งกรรม (เชื่อแต่ปาก)

คำว่า “หวังดี”

คำว่า “เป็นห่วง”

มันเป็นคำข้ออ้างของเรา ที่อยากจะเปลี่ยนพฤติกรรมของเขา ให้ได้ดั่งใจเราใช่ไหม? ใครมีกรรมแบบไหน เขาย่อมเป็นแบบนั้น ถ้าการสอน การบ่น การด่า
มันเปลี่ยนชะตากรรม ของคนอื่นได้คงไม่มีลูกหลานใคร ติดยา ติดเกมส์ ก้าวร้าว และเสียคนจริงไหม? เคยคิดบ้างไหม ทำไมพี่น้องของเราถึงมีนิสัย
สันดานไม่เหมือนกันทั้งๆ ที่พ่อแม่ก็สอนให้เป็นคนดีเหมือนๆ กัน?

เราดีแต่จัดการคนอื่นให้เป็นดั่งที่เราคิด

แต่ไม่เคยจัดการกับความคิดของตนใช่ไหม?

เราฝึกตน สอนตนไม่ได้ เราไปสอนคนอื่นทำไม?

เราควบคุมอารมณ์ของตนไม่ได้ เราไปควบคุมคนอื่นทำไม?

เรายังจัดการตัวเองไม่ได้ เราไปจัดการคนอื่นทำไม?

ถ้าเราตาย เขาก็อยู่กันได้ เราหัดปล่อยวางบ้างได้ไหม?

เราจะให้แตกแยกก่อนใช่ไหม เราถึงจะหยุดจัดการคนอื่น?

“อนาคตของเรา เรายังไม่รู้ว่าจะเป็นแบบไหน เราห่วงอนาคตของคนอื่นทำไม”

แนะนำข้อคิด มุมมองการดำเนินชีวิต การใช้ชีวิต

กบสองตัวแต่งงานกัน..

จากนั้นก็ให้กำเนิดลูกออกมาเป็นคางคก

กบตัวผู้รู้สึกโมโหมาก “เธอมีชู้ใช่ไหม ?”

กบตัวเมียบอกว่า “เปล่าค่ะ ก่อนที่ฉันจะได้พบเจอกับคุณ ฉันไปศัลยกรรมที่เกาหลีมาค่ะ!”

สิ่งนี้บอกกับเราว่า “ความเข้าใจสำคัญมาก”

ลาน้อยถามแม่ว่า..

“ทำไมเราต้องหาหญ้ากินเองทุกวันละครับแม่ ? ทีแม่วัวพันธุ์นมไม่เห็นต้องออกมาหากินเองเลย ทุกวันมีคนเอาอาหารอันโอชะมาให้กินถึงคอกเลย!”

แม่ลาถอนหายใจแล้วพูดว่า

“เราต้องเลี้ยงตัวเองด้วยลำแข้งของเรา คนอื่นเลี้ยงตัวเองด้วยน้ำนมจากเต้าของเขานะสิลูก!”

สิ่งนี้บอกกับเราว่า “ทัศนะสำคัญมาก”

ห่านกับปูแข่งขันกัน…

ปรากฏว่าเสมอกันทั้งคู่ กรรมการไม่รู้จะทำยังไง จึงบอกห่านกับปูว่า

“เธอสองคนเป่ายิ้งฉุบกันก็แล้วกัน!”

ห่านโมโหกรรมการมาก ตวาดแว๊ดๆออกมาว่า

“ได้ยังไง กรรมการเอาสมองส่วนไหนคิดคะ ดิฉันมีแต่ปีกออกได้แค่กระดาษ แต่ปูมีก้าม ออกทีก็กรรไกร แค่คิดดิฉันก็แพ้แล้วละค่ะ!”

สิ่งนี้บอกกับเราว่า “สิ่งที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิดสำคัญมาก”

หมาบอกกับหมีว่า..

“แต่งงานกับผมเถอะ ผมจะทำให้คุณมีความสุขทั้งชีวิต”

หมีบอกหมาว่า “แต่งกับเธอ ลูกออกมาก็เป็นหมีดำ ฉันไม่เอาหรอก ฉันจะแต่งกับแมว ลูกออกมาจะได้เป็นหมีแพนด้าที่สูงค่า ”

สิ่งนี้บอกกับเราว่า “การตัดสินใจเลือกอะไรสำคัญมาก”

มีคำกล่าวที่ว่า..

“คุณเป็นใครอาจไม่สำคัญ

แต่ที่สำคัญเพื่อนของคุณคือใคร?

คุณคบอยู่กับใคร? ”

อยู่กับคนขยัน คุณจะไม่ขี้เกียจ

อยู่กับคนกระตือรือร้น คุณจะไม่หดหู่

อยู่กับผู้มีปัญญา คุณจะเป็นคนไม่ธรรมดา

อย่าอยู่ใกล้กับคนที่หมดอาลัยตายอยาก

ไม่เช่นนั้น เขาจะขโมยความฝันไปจากคุณโดยไม่รู้ตัว ทำให้คุณกลายเป็นคนสิ้นหวังเหมือนกับเขา

คนกระตือรือร้นเปรียบดั่งแสงแห่งพระอาทิตย์ ส่องไปถึงไหนก็สว่างไปถึงนั่น

คนหมดอาลัยตายอยากเปรียบดั่งพระจันทร์ ข้างขึ้นข้างแรมก็ไม่เหมือนกัน

บินตามแมลงวันจุดหมาย คือ ส้วม

บินตามผึ้งจุดหมาย คือ เกสรดอกไม้

เดินตามเศรษฐี คือ หาวิธีได้เงินทีละแสนทีละล้าน

เดินตามขอทาน คือ ขอข้าวกิน

ท่าที เป็นสิ่งที่ตัดสินทุกสิ่ง มีท่าทีเช่นไรก็จะเป็นเช่นไรในอนาคต

นิสัยกำหนดชะตาชีวิต มีนิสัยเช่นไรก็ย่อมมีชะตาชีวิตเช่นนั้น

เรียบเรียงโดย สบายๆ

cr.ตามรอยพระอรหันต์จี้กง จาก ไม่คิด ไม่มี , นุสนธิ์บุคส์,ruk-health

Load More Related Articles
Load More By sb
Load More In ข้อคิด